MAD : ทำการทำการ
posted on 31 Jul 2008 00:04 by play-mate
"สงสารคำทำการมานานแล้ว
ดูไม่แคล้วตาไปในหนังสือ
มันถูกใช้ทุกอย่างไม่ว่างมือ
แต่ละมื้อลำบากยากเต็มที
ตำรวจเห็นโจรหาญทำการจับ
โจรมันกลับวิ่งทะยานทำการหนี
ทำการป่วยเป็นลมล้มพอดี
ทำการซี้จีนหมายว่าตายเอย ฯ"
“วันนี้เริ่มต้นด้วยคำกลอนให้เต็มที่เสียหน่อย เปล่า...ผู้เขียนไม่เก่งกาจถึงกับแต่งขึ้นมาเองดอก แต่กลอนข้างต้นนี้เป็นพระราชนิพนธ์ของ น.ม.ส บทกลอนบทนี้มีอายุเก่าแก่กว่าค่อนศตวรรษ แสดงว่ามีความรำคาญคำว่า “ทำการ” กันมานานแสนนานแล้ว ถึงบัดเดี๋ยวนี้ก็ยังรำคาญอยู่ เพราะแม้แต่ในรายการโทรทัศน์ยอดนิยมรายการหนึ่ง คือ รายการภาษาไทยวันละคำก็ยังกล่าวไว้”
(นิตยา กาญจนะวรรณ, “เรื่องของ ทำการ” ใน พูดจากภาษาไทย, หน้า ๒๕๙.)
หมายเหตุ : น.ม.ส. เป็นนามปากกาของ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ หรือพระนามเดิม พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส หรือ น.ม.ส. ทรงเป็นปราชญ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
สวัสดีครับ MADครับ...เป็นคนข้างบล็อกแถวๆนี้แล ท่านอาจจะไม่คุ้นเคยกับนามของข้าพเจ้านัก แม้จะถูกอ้างถึงและพาดพิงบ้างเป็นบางคราว แต่มันก็คงไม่เสียหายอะไรหากจะทำการแนะนำตัวให้ท่านได้รู้จักข้าพเจ้าเสียก่อน
คำว่า “ทำการ” นี้แทรกซึมมาในการใช้ภาษาของเราจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ทั้งที่จริงแล้ว คำนี้เป็นอีกคำหนึ่งซึ่งได้บัญญัติไว้ว่าเป็นคำฟุ่มเฟือย คือ สามารถตัดคำนั้นทิ้งไปได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง
คำว่า “ทำการ” นี้ คนหมู่มากมักจะใช้ในความหมายที่จงใจจะทำให้ดูเหมือนเป็นทางการ แม้ว่าจะมีการทำการรณรงค์เรื่องนี้ในกลุ่มย่อยๆเป็นระยะๆ แต่แล้วคำนี้ก็ได้กลายพันธุ์มาเป็น “ดำเนินการ” ที่ใช้กันมากจนน่าจะต้องทำการทักท้วงเหมือนกัน
ยกตัวอย่างเช่น “เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้เข้ามาทำการตรวจสอบอาคารดังกล่าวแล้ว และจะดำเนินการรายงานผลให้ทราบในกาลต่อไป”
...และอีกมากมาย เช่น การทำการตลาด ทำการซื้อขาย ทำการอพยพ ทำการเดิน ทำการวิ่ง ทำการยิง ทำการเข้าตี ทำการรบ ทำการซี้จีนหมายว่าตายเอย ฯ
จะเห็นได้ว่า คำว่า “ทำการ”และเผ่าพันธุ์ใกล้เคียง มักจะมาแบบเนียนๆ คือทั้งผู้ใช้และผู้อ่านไม่ค่อยจะรู้สึกตัวเมื่อทำการขยับปากหรือกระดิกนิ้วไปเสียเท่าไหร่ แม้กระทั่งการ์ตูนของนายMADเองก็ยังเคยพลาดในจุดนี้เต็มๆอยู่เช่นกัน...
[TV-อาเตี่ย] เครื่องใช้สอย
ใช่ครับ...ช่างน่าเศร้านัก
หลังจากที่มีผู้มีอุปการคุณได้ชี้ถึงจุดนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็ได้พยายามทำการชี้แจงให้ผู้คนได้เข้าใจและปรับปรุงอีกหลายคน เพียงแต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องเปลี่ยนมุมมองอีกครั้ง...
บทสนทนา : MAD (พี่ชาย) กับ KIA (น้องสาว)
M : (อธิบายเรื่องนี้จนจบ) “จะกล่าวโดยสรุปได้ว่า คำว่าทำการนี้ เป็นคำฟุ่มเฟือยที่ควรรู้และละเสียให้จงได้”
K : “งั้นหนูก็ทำการบ้านไม่ได้น่ะสิ ?!”
.
.
.
M : =[]= !!!
...ใช่ครับ ผมเพิ่งจะนึกได้ว่า น่าจะสงสารคำ“ทำการ”บ้านมานานแล้ว...
เอาล่ะครับ หลังจากโดนน้องกระทุ้งไปทีนึง เราก็มามองอีกมุมกันบ้าง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้มีจุดประสงค์จะทำการสนับสนุนการใช้คำให้ผิดหลักภาษาเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ว่าอยากจะบอกว่า ในบางครั้งคราว เราก็น่าจะทำการเปลี่ยนมุมมองกันเสียหน่อย...
(ดังนั้น...เรามาสะบัด-พยัญชนะ~)
จริงอยู่ว่ามันเป็นคำฟุ่มเฟือย แต่บางคำมันก็แนบกันอย่างแน่นสนิท เช่น
ทำการทดลอง ทำการค้นคว้า ทำการวิจัย
และอีกคำหนึ่ง คือ คำที่ได้ยินในประกาศอินเตอร์คอมบ่อยครั้งเมื่อสมัยเรียนมัธยม คือ : “ทำการเรียนการสอน”
หากจะตัดคำว่าทำการ หรือ ทำการ-การ ออกไปดื้อๆ มันก็แปลกๆหนา ว่าไหม หือ?
และที่เห็นค่อนข้างบ่อยในที่ต่างๆก็มี เช่น สถานที่ทำการราชการ ซึ่งจะเขียนว่า สถานที่ราชการ ก็ได้ แต่แค่สถานที่ราชการ...มันก็ดูเหมือนจะสื่อเป็นนัยๆว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ภายในชอบอู้งาน ก็เลยทำการเขียนป้ายไว้ให้พนักงานของภาครัฐได้ทำงานทำการกันเต็มที่...(สินะ)
และนอกจากนั้น แม้กระทั่งเจ้าของบทกลอนข้างต้นก็ยังมีพลาด... ดังคำกล่าวว่า นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
ตัวอย่างเช่นในตอนหนึ่งของเรื่องนิทานเวตาลของท่าน ในช่วงปลายเรื่อง(ฉบับของผมเป็นหน้า233) เขียนไว้ว่า
“...ส่วนข้าพเจ้าผู้เป็นลูกพ่อค้าน้ำมันนั้น โยคีกลัวว่าจะกระทำการกีดกั้นความเป็นใหญ่ในโลกของเขา จึงฆ่าข้าพเจ้าเสียด้วยอำนาจตบะ...”
ข้าพเจ้าก็มิอาจทราบได้ว่าท่านเขียนกลอนนั้นก่อนหรือหลังจะเขียนเรื่องเวตาลอย่างไร แต่เมื่อกวาดสายตามาเจอแบบนี้ก็อดทำการขำมิได้
ในเรื่องคำว่าทำการนี้ ไม่ใช่ว่าเมื่อพบเห็นจะต้องกระโดดกระเด็นกระดอนกระเด้งกระดึ๋งกระดั๋งเข้าไปโฮกฮากกรี๊ดกร๊าดทำการแก้ไขในทันทีทันใด ถึงคำๆนี้จะถูกประณามหยามเหยียดว่าเป็นคำฟุ่มเฟือย และไม่มีความจำเป็นในการใช้งานใดๆเลย แต่ถ้ามองอย่างเป็นกลางแล้ว บางทีคำๆนี้ก็อาจจะไม่ได้เลวร้ายนักก็ได้...
“ชาติใดไร้รักสมัครสมาน
จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล
แม้ชาติย่อยยับอับจน
บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร”
จากสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ทำการกล่าวถึงมานั้น อาจกล่าวได้ว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว การใช้ภาษาให้ถูกต้องนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ เป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้มิให้เสื่อมเสีย เพียงแต่ท่านทั้งหลายผู้เคร่งครัดระมัดระวังในการใช้ภาษาอย่างดีแล้วก็พึงได้ระลึกไว้ว่า
ภาษานั้นเป็นสิ่งกลางๆ จะใช้ไปในทางสร้างสรรค์ก็ได้ จะใช้ทำลายมุ่งร้ายประหัตประหารกันก็ได้
ภาษานั้นเป็นสิ่งสมมุติ เป็นสื่อกลางที่สร้างขึ้นมาเพื่อการสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน เพื่อเข้าถึงความหมายอันกระจ่างแจ่มชัดขึ้นในใจแห่งปัจเจกบุคคล ควรใช้ให้ดี ใช้ให้ถูกต้องที่สุด และเมื่อใช้จนเสร็จกิจที่ประสงค์แล้ว ก็พึงอย่ายึดติดกับมัน อย่าได้ทุกข์ร้อนกับสิ่งสมมุติเลย...
ขอบคุณครับ =w= b+
ปล. อืม...ปากว่าตาขยิบยังไงไม่รู้แฮะ...

แหล่ม เอาดาวไปกิน
#1 By Pl@y-M@Te on 2008-07-31 00:29