PinG~ ภาพพจน์กับเสียงเพลง
posted on 23 Jul 2008 22:45 by play-mateก่อนอื่นจะมาโม้ให้ฟังว่าวันนี้ผมสอบ Eng แหละ
สอบตอนห้าโมงเย็นจนถึงทุ่มนึงได้..........นั่นหมายความว่า......
ว่า
..........
ว่า
........
ผมจะอดดู The X - Files *0*
ว๊ากกกกกกกกกกกกก X - Files จะออกอากาศทุกหกโมงเย็น ช่อง ABTV เคเบิลที่หอ
ว๊ากกกกกกกกกกกกก ที่ฉายตอนของวันนี้มีภาคต่อให้ติดตามวันถัดไปด้วย อ๊ากกกกก
ไม่ได้ดูตายตาไม่หลับแน่ ว๊ากกกกกกกกกก T^T
เพราะฉะนั้นสอบเสร็จจะต้องไปหาเซทซีรี่ย์ The X - Files ทั้ง 9 ปีมาดูให้ครบให้ได้
อ๊ากกกกกกกกกก..........รู้แล้วครับ คนติดซีรี่ย์เกาหลีอาการเป็นยังไง
แต่ผมติดซีรี่ย์ฝรั่งว่ะ เหอะๆๆๆๆๆ
เข้าเรื่องดีกว่า วันนี้ผมจะมาอธิบายเรื่องโวหารภาพพจน์ที่สัญญาว่าจะอัพเมื่อเอนทรี่ที่แล้วกัน
ภาพพจน์
คือกลวิธีหรือชั้นเชิงในการเรียบเรียงถ้อยคำจนทำให้ผู้อ่านมีอารมณ์คล้อยตาม เกิดความเข้าใจ และสะเทือนอารมณ์มากกว่าการพูดตรงๆ มาดูภาพพจน์ที่เราสามารถเจอได้บ่อยๆกันดีกว่านะครับ
ลองฟังเพลงดูทีละเพลงนะ แล้วค่อยๆเจาะไปแต่ละเพลงกัน
เธอเป็นแฟนฉันแล้ว - กะลา
"ตะวันหลับตา ท้องฟ้าก็ทาสีดำ แต่สิ่งที่ฉันต้องทำ เป็นประจำคือคิดถึงเธอ
ใจฉันเหมือนนก คอยบินไปนอกหน้าต่างเสมอ อยากบินไปบ้านเธอ ฮืม..."
"มากขึ้นทุกวันรักฉันเหมือนเหรียญที่หยอดกระปุก ฉันมีความสุขแม้เป็นแค่คนที่แอบรักเธอ"
ลองดูท่อนเนื้อเพลงที่ขีดสีแดงนะครับ ใจฉันเหมือนนก คือพี่วงกะลาเขาจะสื่อว่าใจของผู้ชายตัวน้อยๆคนนี้คิดถึงแม่สาวคนนั้นทุกวัน เหมือนกับนกบินไปหาสาวเจ้าที่บ้าน
ส่วนท่อน รักฉันเหมือนเหรียญที่หยอดกระปุก ก็เปรียบว่าความรักที่มีให้นั้นเพิ่มขึ้นทุกวันเหมือนเหรียญที่สะสมเรื่อยๆในกระปุก
ภาพพจน์ลักษณะนี้เราเรียกว่า อุปมา ครับ การอุปมาคือการเปรียบสิ่งหนึ่งว่าเหมือนอีกสิ่งหนึ่ง เพื่อให้เห็นภาพสิ่งที่เปรียบเทียบชัดขึ้น มักใช้คำว่า เหมือน ประหนึ่ง ราวกับ เป็นต้น
หมดชีวิต (ฉันให้เธอ) - Zeal & บัวชมพู
"ฉันรู้ว่ารักสวยงาม ฉันรู้ว่ารักคือไฟ ที่เผาทำลายคนให้เหมือนตายเพราะเธอ"
รักคือไฟ อืม น่าคิดนะ แต่ผมยอมเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟแหละ >,< พลีชีพเพื่อความรัก 55555+
นอกเรื่องแล้ว = ="
จากเนื้อเพลงเราจะเห็นว่าพี่ๆวง Zeal เปรียบรักคือไฟ การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งหนึ่งอย่างนี้้ทางวิชาการเค้าเรียกว่า อุปลักษณ์ การอุปลักษณ์มักใช้คำว่า เป็น หรือ คือ ดูง่ายๆนะครับ อย่าไปจำสับกับอุปมาล่ะ
ตื่น - ก้านคอคลับ2
"อยากจะดอมดมกลีบดอกไม้ยังมัวกลัวปลายหนามคมคงไม่ถึงฝั่งฝันโพธิยาลัย"
เปลี่ยนแนวมาแร๊พบ้าง โย่ววว สังเกตว่ากลีบดอกไม้กับปลายหนามคมมาทำอะไรในเพลงแร๊พ มันเข้ากันมั๊ยเนี่ยกับส่วนอื่นของเพลง เพลงนี้ต้องการจะสื่อให้สู้ปัญหาชีวิตนะครับ ไม่ได้มาพรรณาดอกไม้ ดังนั้นแล้วกลีบดอกไม้มาทำอะไรในนี้ล่ะ ก็มาทำหน้าที่ สัญลักษณ์ แทนความสำเร็จ ความสมหวัง ความสุขในชีวิตไงล่ะ ส่วนปลายหนามคมก็หมายถึงอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ดังนั้นสัญลักษณ์ก็คือการเปรียบเทียบโดยการใช้สิ่งหนึ่งมาแทนอีกสิ่งหนึ่งนั่นเอง สังเกตไว้นะครับว่าสัญลักษณ์จะเป็นสิ่งที่เป็นสากล ทุกคนรู้ความหมายดี เป็นที่รู้จักกันทั่วไป
play girl - ส้ม อมรา
"ก่อนออกบอกแม่ว่าคืนนี้หนูเรียนดนตรีอยู่ที่ทองหล่อ"
แตร๊งแตรงแต่งแตร๊ง แตงแต่งแตร๊งแตงแต่ง อู้ย ชอบเพลงนี้ สังเกตนะครับว่าพี่ส้มเค้าบอกแม่ว่าจะไปทองหล่อ ไปทำไรหว่า ทองหล่อมีที่เรียนดนตรีด้วยเหรอ อาจจะมีแฮะ ต้องถามน้องสาว มันไปบ่อย = =" เฮ้ย จะบ้าเหรอ ใครจะไปทองหล่อดึกๆดื่นๆเพื่อเรียนดนตรี เค้าไปแดนซ์กัน ทองหล่อในที่นี้เป็น นามนัย หมายถึงสถานที่แดนซ์ต่างหาก เพราะย่านทองหล่อนี่ที่แดนซ์เยอะใช่ม่า
นามนัยก็คือการใช้ำคำหรือวลีซึ่งบ่งบอกถึงลักษณะของสิ่งหนึ่งมาแสดงความหมายแทนสิ่งนั้นทั้งหมด เช่น หนูจะไปเรียนดนตรีที่ทองหล่อนะคร๊า >,<
Fire - Buddhabless
"ข้างในมันร้อน ข้างในมันร้อน จนตอนนี้แทบละลาย"
อู้ยยยย เธอช่างร้อนอะไรขนาดนี้ ร้อนจนฉันแทบละลายแล้วววว ว้าก ไอ้บ้า ไอ้หน้าหม้อ ใครที่ไหนจะร้อนจนละลาย คนนะไม่ใช่ไอติม ไอ้นี่พูดซะเว่อร์ การพูดเว่อร์ๆอย่างนี้เราเรียกว่า อติพจน์ ครับ มีไว้สำหรับเน้นย้ำความรู้สึกแก่ผู้รับสารว่าหนักแน่นจริงๆนะ ในที่นี้ก็บอกแก่ผู้รับสารว่าฉันร้อนจริงๆนะ ไม่ได้หมายความว่าฉันละลายแล้ว
หากันจนเจอ - Mars and Venus
"อาจบางทีในเมืองกว้างใหญ่ หมอกและควันช่วยกันพรางตามีขอบรั้วขอบกำแพงสร้างมา ตึกระฟ้าคอยบังเราอยู่"
เปลี่ยนอารมณ์กันไวจริงๆ เพิ่งแร๊พกันอยู่ดีๆ มาแนวโรมานซ์ซะงั้น สังเกตว่าคู่รักส่วนใหญ่จะเพ้อ เมื่อเพ้อเราก็จะเห็นสิ่งมีไม่มีชีวิตกลายเป็นมีชีวิตได้ ตัวอย่างในเพลงนี้ก็ได้แก่ หมอกและควันช่วยกันพรางตา ถามนิดครับพี่ หมอกควันมันมีชีวิตไหม มันจะได้มาช่วยกันบังตาพี่ได้ มีแต่พี่แหละเห็นหมอกมันมัวๆเลยเพ้อไปงั้น แล้วตึกระฟ้าล่ะพี่ มันไม่มีขานะจะได้มาบังพี่กับแฟนได้ พี่เพ้อไปแล้ว
อาการเพ้อแล้วเห็นสิ่งของหรือสิ่งอื่นๆที่ไม่มีชีวิตทำกริยาแบบเดียวกับสิ่งมีชีวิตเราเรียกว่า บุคคลวัต หรือ บุคลาธิษฐาน มักจะใช้เพื่อแสดงความเพ้อ เพื่อเสริมสร้างอารมณ์ให้กับงานเขียนนั่นเอง
ว่าแต่วันนี้เมฆมืด ฟ้ามัว ลมเหงาเศร้าสร้อย จิตใจมันไม่อยู่กับตัวเลย เฮ้อ เพ้อแล้วตู
หวานขม - Boydpod
"หวานขม ระคนกันไป คิดถึงทีไร สุขทั้งน้ำตา"
หวานขม อืม เข้ากันมั้ยเนี่ย พี่บอยเอาไรมาแต่งหว่า แล้วสุขทั้งน้ำตามันเป็นยังไง น้ำตาก็ต้องเศร้าสิจะสุขได้ไง การเขียนแนวนี้เค้าเรียกว่า ปฏิพจน์ หรือการนำคำที่ขัดแย้งกันมารวมไว้ด้วยกันเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้คำแรกนั่นเอง เคยสังเกตมั้ยเวลาเอาเหลือใส่ในน้ำตาลเล็กน้อยน้ำตาลจะหวานขึ้น วิธีเดียวกันแหละ
รักฉันเรียกว่าเธอ - Kamikaze
"*CwC&โฟร์มด : ใครกันที่ทำให้ฉันรัก ใครกันที่เข้ามาอยู่ในความฝัน
มด : คนที่ฉันคิดถึงอยู่ทุกวัน
โพร์ : ก็ใครคนนั้น ฉันเรียกว่าเธอ"
อ้ากกกกก โฟร์มด มาหอมที -3-
เวร หน้าหม้อออกแล้วไง เข้าเรื่องวิชาการดีกว่า หนูโฟร์กับหนูมดถามว่าใครกันที่ทำให้ฉันรัก ใครกันที่เข้ามาอยู่ในความฝัน แล้่วฉันจะตอบเธอได้มั้ยเนี่ย จะบ้าเรอะ สาวๆถามอย่างนี้ไม่ต้องการคำตอบนะจ๊ะ อย่างนี้เค้าใช้คำถามเชิงวาทศิลป์ หรือ ปฏิปุจฉา
เราจะใช้ปฏิปุจฉาเพื่อเร้าอารมณ์ผู้อ่านหรืือสื่อความหมายที่ต้องการ ในที่นี้สาวๆโฟร์มดต้องการสื่อว่าคนที่พวกเธอรักอ่ะ คือ "เธอ" ไง ใช่ฉันหรือเปล่าเนี่ย อายจัง >,<
จุ๊บ จุ๊บ - เนโกะจัมพ์
"ก็โทรมาจุ๊บๆ เซย์เฮลโหลหน่อย จุ๊บๆ ใจมันเต้นดัง ตุ๊บๆ คิดถึงจังเลย"
อ้ากกกกก เนโกะจัมพ์ ง๊องแง๊งได้อีก -3-
อีกแล้ว = =" เอาละครับ สังเกตว่าน้องเนโกะจัมพ์เวลาจะโทรหาแฟนใจมันเต้นตุ๊บๆไปหมดเลย ตุ๊บๆเป็นเสียงเต้นของหัวใจนะครับ ไม่เชื่อลองเอาที่ฟังหัวใจเต้นของหมอมาลองฟังดูก็ได้ การที่น้องเนโกะเอาเสียงหัวใจเต้นมาประกอบเพลง เราเรียกว่า สัตพจน์ หรือการเลียนเสียงธรรมชาตินั่นเอง สั้นๆง่ายๆได้ใจความ
ร้ายก็รัก - โจอี้บอย
"อยากเกิดเป็นตัวพระ แต่เค้าลิขิตให้เป็นตัวร้าย ใครจะรู้ว่าทศกัณฑ์รักนางสีดามากกว่าเท่าไหร่"
เพราะผู้ชายดีดีนั้นมีแต่ในนิยาย เพราผู้ชายดีพร้อมเดี๋ยวนี้เป็นเกย์หมดแล้ว ไม่เกี่ยว
สังเกตว่าเฮียโจอี้ยกทศกัณฑ์กับนางสีดามาไว้ในท่อนแร๊พ เพื่อไรพี่ ก็ให้เห็นภาพชัดขึ้นไง ว่าตัวร้ายอย่างเราๆก็รักจริงแค่ไหน พระรามอ่ะสุ้ไม่ได้หรอก พอนางสีดากลับมาก็หาว่าไม่บริสุทธิ์ซะแล้ว จะเลิกกันง่ายๆ โถ่ๆๆๆ ต้องอย่างเราสิ รักนะถึงลักตัวมาอยู่ด้วย จุ๊ฟ -3-
กลวิธีในการอ้างถึงเรื่องอื่นเช่นนี้เราเรียกว่า การกล่้าวอ้างถึง นั่นเอง
จบแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ ที่จริงโวหารภาพพจน์ยังมีอีกมากมายหลายกระบวนความ โม้สามวันไม่มีจบ (อติพจน์)
ดังนั้นจึงขอนำมาเสนอเท่านี้แล้วกัน อันที่พบได้บ่อยๆและออกสอบบ่อยๆ
ประกาศ พวกหัวบล็อกทั้งหลาย งานภาษาไทยปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ ๓๑ กรกฎาคมนี้ ที่เก่าเวลาเดิม
ใครมีเรียนโดดเรียนมาดู ใครไม่มีเรียนก็ช่วยมาดูหน่อย เป็นกำลังใจให้น้องๆ
ก่อนจะจากฝากเพลงนี้ไว้แล้วกัน
ใช่ฉันหรือเปล่า - กะลา
ลืมตามองฉันให้ดีอีกครั้ง
ความจริงความฝันต่างกันแค่ไหน
รักที่เธอต้องการ ผู้ชายที่ฝันในใจ
ตอบตัวเองได้ไหมใช่ฉันรึเปล่า
เธออายใครไหมที่เดินกับฉัน
จับมือกับฉันภูมิใจบ้างไหม
ฉันจะยอมรับฟัง หากเธอไม่แน่ใจ
ก็จะพร้อมทำตามหัวใจของเธอ
ไม่ได้เลิศหรูแค่คนบนพื้นดินทราย
ไม่ใช่เจ้าชายที่มีให้เธอได้ทุกสิ่ง
มีเพียงสองมือที่พร้อมจะทำเพื่อเธอด้วยรักจริง
ไม่มีวันจะทิ้ง ให้เธอต้องเสียใจ
เธออายใครไหมที่เดินข้างฉัน
สบตากับฉันอุ่นใจแค่ไหน
แม้ยังไม่ดีพอ ก็ไม่ต้องเกรงใจ
อยากจับมือกับฉันเรื่อยไปรึเปล่า
ไม่ได้เลิศหรูแค่คนบนพื้นดินทราย
ไม่ใช่เจ้าชายที่มีให้เธอได้ทุกสิ่ง
มีเพียงสองมือมี่พร้อมจะทำเพื่อเธอด้วยรักจริง
ไม่มีวันจะทิ้งให้เธอต้องเสียใจ

เข้าข่ายข้อไหนเนี่ย
เอ่อ ได้ความรู้มากมาย
#1 By ยัยตูดเป็ด on 2008-07-24 12:55