PinG~ วันนี้ทำกับข้าวกินเอง โวหารในภาษาไทย
posted on 19 Jul 2008 09:19 by play-mateเอนทรี่นี้สืบเนื่องมาจากผมไปเปิดเจอ โรงเรียเอ็กซ์ทีน เข้า
เห็นว่าน่าสนใจดี เลยขอร่วมด้วยช่วยกัน แบ่งปันความรู้
เพื่อนๆคนไหนอยากร่วมด้วยก็ติดต่อมาละกันนะ ช่วยๆกัน เอาล่ะ เริ่มกันเลยดีกว่า
โวหารในภาษาไทยมีอยู่ด้วยกัน 5 โวหารนะครับ แบ่งออกดังนี้
1. บรรยายโวหาร
วันนี้ผมกลับบ้านครับ บ้านที่นนทบุรี จะบอกว่าที่นี่กันดารมากครับ แม้อินเตอร์เน็ตจะถึงก็เถอะนะ แต่ที่นี่ของกินหายากชะมัด คุณแม่สุดที่รักก็เลยต้อนรับการกลับบ้านของผมโดยการซื้อของสดจากห้างใกล้ๆมาให้ผมทำข้าวเย็นให้กินซะเลย
การทำกับข้าวเป็นสิ่งที่ผมคุ้นเคยพอสมควรเพราะที่บ้านกระทุ่มแบนผมมักจะเป็นลูกมือช่วยป้าทำข้าวเย็นอยู่บ่อยๆ แต่พอมาลงมือทำเองหมดทุกอย่างแล้ว มันเหนื่อยดีแท้ รู้เลยว่าป้ารู้สึกยังไงเมื่อกับข้าวเหลือ แต่ก็แอบดีใจนิดหน่อยนะครับ ข้าวมื้อนี้พ่อแม่แล้วก็น้องสาวช่วยกันกินซะเรียบ มีกำำลังใจขึ้นมาหน่อย แล้วน้องสาวยังชมด้วยว่าพี่ปัดทำผัดกะเพราอร่อย พอกินข้าวกันเสร็จแล้วด้วยความเป็นอภิสิทธิ์ชน เป็นพ่อครัว ก็โบ้ยงานล้างจานให้น้องทำซะ นานๆทีลงครัวทำข้าวเย็นเองก็รู้สึกดีเหมือนกันนะครับ
สังเกตว่าบรรยายโวหารจะเป็นการเล่าเรื่องแบบธรรมดาว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร จะเน้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ข้อเขียนส่วนใหญ่จะใช้บรรยายโวหารเป็นส่วนมาก วิธีสังเกตบรรยายโวหารง่ายๆเลยก็คือ เนื้อความจะบรรยายเหตุการณ์กว้างๆครับ
2. อธิบายโวหาร
วิธีทำกะเพราหมู
1. สับหมู ทุบกระเทียม พริก เด็ดใบกะเพราพักไว้
2. ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใส่กระเทียมและพริกลงไปคั่ว
3. ใส่หมูลงไปผัดในกระทะ ใส่น้ำมันหอย ซีอิ้ว น้ำตาลเล็กน้อย
4. เมื่อหมูเริ่มสุกให้ใส่ใบกะเพราลงไปผัดได้เลย
5. ผัดพอให้ใบกะเพราเฉาแล้วตักขึ้นใส่จาน
สังเกตว่าอธิบายโวหารจะเป็นโวหารที่เป็นการอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่จำเป็นจะต้องอธิบายเป็นข้อๆอย่างในตัวอย่างนะครับ จะอธิบายเป็นย่อหน้ายาวๆก็ถือว่าใช่อธิบายโวหาร ดังนั้นอธิบายโวหารจึงมีลักษณะัคล้ายกับบรรยายโวหารมาก วิธีสังเกตโวหารชนิดนี้ง่ายๆก็คือ เนื้อความจะเป็นการอธิบายนั่นเอง อย่างเช่นย่อหน้านี้
3. พรรณนาโวหาร
กะเพราในจานส่งกลิ่นหอมเย้ายวน หมูสีน้ำตาลสะท้อนแสงเป็นมันแซมด้วยสีเขียวแก่ของใบกะเพราและสีแดงสดของพริก เพียงแค่ตักสักคำคลุกด้วยข้าวสวยนุ่มๆร้อนๆ รสเข้มข้นของหมูและใบกะเพราก็คลุกเคล้ากับความนุ่มและหอมของข้าวหอมมะลิเกิดเป็นความสุขในปากที่ไม่อาจบรรยายได้
รู้่นะแอบน้ำลายสอ ถ้าอ่านย่อหน้าไหน ข้อความไหนแล้วเกิดภาพขึ้นในสมอง รับรู้ถึงกลิ่น รส รูป สัมผัส ให้ฟันธงไปได้เลยว่านี่คือพรรณนาโวหาร สังเกตว่าพรรณนาโวหารจะบรรยายเหตุการณ์สั้นๆ นิดเดียว แต่สามารถทำให้เห็นภาพลึกซึ้งกว่าบรรยายโวหาร
4. เทศนาโวหาร
5. สาธกโวหาร
การรับประทานอาหารนั้นเมื่อรับประทานแล้วก็ควรจะรับประทานให้หมดจานเพราะว่ากว่าจะมาเป็นอาหารให้ทุกคนได้รับประทานนั้นยากลำบากยิ่งนัก ข้าวแต่ละเม็ดล้วนเป็นผลจากน้ำเหงื่อแรงงานของชาวนาผู้ยากลำบาก ดังกาพย์ยานีสิบเอ็ดของจิตร ภูมิศักดิ์ที่รจนาไว้ว่า
เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ
เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน
ข้าวนี้นะมีรส ให้คนชิมทุกชั้นชน
เบื้องหลังสิทุกข์ทน และขมขื่นจนเขียวคาว
จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว
จากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ
เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
ปูดโปนกี่เส้นเอ็น จึงแปรรวงมาเป็นกิน
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน
สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน
คร่าวๆนะครับ นี่เป็นตัวอย่างของเทศนาโวหารและสาธกโวหาร เทศนาโวหารจะออกแนวสั่งสอน ส่วนสาธกโวหารนั้นจะเป็นการยกตัวอย่างประกอบ สาธกโวหารนั้นอยู่เดี่ยวๆไม่ได้ต้องนำมาประกอบกับโวหารชนิดอื่นเพื่อให้ได้เนื้อความสมบูรณ์ วิธีดูสาธกโวหารก็ง่ายๆเลยคือหาว่ามีส่วนที่ยกตัวอย่างอีกเรื่องมาประกอบหรือเปล่า
เอาละ จบเรื่องโวหารแล้ว คราวหน้าถ้าว่างจะมาอัพเรื่อง โวหารภาพพจน์ แล้วก็เรื่อง รสในวรรณคดี ต่อครับ
คิดไปแล้วอัพเรื่องภาษาไทยนี่หวั่นๆเหมือนกัน มีคนเทพภาษาไทยกว่าในบล็อค
งั้นผมขอเรื่องวรรณคดีไรพวกนี้แล้วกันน๊า ส่วนเด็กช้างเผือกสอนบาลีแล้วกัน ^^
ปล. ควรอ่านจากหนังสือเพิ่มเติมนะครับ เพราะผมอธิบายคร่าวๆเท่านั้น ยังสอนไม่ค่อยเป็น
วันนี้ฉันทำผัดกระเพรา จบ

(มาเม้นเล่น เพราะขี้เกียจอัพบล็อก เคี้ยกๆ)
#1 By Arctos (58.8.134.143) on 2008-07-19 12:39