สวัสดีครับ....
 
เขินจัง ไม่รู้จะเขียนอะไรดี ผมห่างหายจากการเขียนบล็อคมานาน มาเขียนอีกทีก็พบว่าตัวเองตื่นเวทีเสียแล้ว
 
 
 
เล่าคร่าวๆก่อนละกัน นับจากวันนี้ไปอีก 1 สัปดาห์เต็ม ชีวิตของผมจะพลิกไปสู่อีกหนึ่งบทใหม่..อีกครั้ง ผมจะไปต่อปริญญาโทที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ดังนั้นจึงเป็นฤกษ์งามยามดีที่ผมจะกลับมาปัดฝุ่นบล็อคร่วมของเพื่อนๆ และแบ่งปันเรื่องราวที่ผมกำลังจะเผชิญในบทใหม่ของชีวิต..อีกครั้ง
 
 
 
ผมยังจำได้ดีตอนที่ผมเริ่มเขียนบล็อคท่องเที่ยวยาวๆ เก็บประสบการณ์น่าประทับใจคราว ไปเรียนที่ฮาร์บิน ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ก่อนไปนี่เร่งวันเร่งคืนให้ถึงวันเดินทางเร็วๆ เพราะอยากรีบไปผจญภัยในถิ่นใหม่ เปิดหูเปิดตา ไปท่องเที่ยว นับว่าตลอดช่วงที่ผมใช้ชีวิตอยู่ที่ฮาร์บิน เป็นช่วงที่ผมมีความสุขที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต
 
 
 
อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์ใกล้เคียงกันกับเมื่อ 3 ปีก่อน ผมกลับรู้สึกต่างออกไป อยากจะหยุดเวลาแล้วให้มันเดินถอยกลับ ยิ่งเข็มนาฬิกาเดินหน้าไปมากเท่าไหร่ ผมก็รู้สึกหดหู่มากขึ้นเท่านั้น ส่วนหนึ่งคงจะเป็นความรู้สึกไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นในใจ "กูจะไปเรียนรอดไหมนะ" "กูจะฟังสำเนียงอังกฤษรู้เรื่องไหม" หรือว่า "กูจะโฮมซิกไหม" บางทีกาลเวลาที่ผ่านไป 3 ปีอาจจะทำให้ผมเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมากขึ้นก็ได้
 
 
 
อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมรู้สึกเช่นนี้ก็คือ ผมยังมีห่วงอยู่ที่ไทย ตอนนี้คุณป้าที่ผมรักเป็นอย่างยิ่งกำลังป่วยด้วยโรคร้าย และเวลากำลังนับถอยหลังเข้าไปทุกที ความรู้สึกตอนนี้จึงเหมือนกับ ผมกำลังเดินไปเรื่อยๆตรงไปยังหน้าผาโดยที่ผมไม่สามารถบังคับขาตัวเองให้หยุดเดินได้ และในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความไม่มั่นคงใต้ฝ่าเท้าที่เพิ่มมากขึ้นทุกฝีก้าว
 
 
 
ไม่ว่าจะยังไง เวลาและวารีก็ไม่สามารถไหลหวนคืนได้ ผมจึงได้เพียงแต่ทำใจและเชิดหน้าสู้กับทุกเรื่องราวที่กำลังผ่านเข้ามา ผมกำลังพยายามครับ ขอเพียงคนละเม้น คนละไลค์ เท่านี้กำลังใจก็ส่งตรงถึงผมโดยไม่ต้องผ่าน มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก Cry
 
 
 
ฝากติดตามตอนต่อไปของซีรี่ย์ชีวิตเรื่องยาวเรื่องนี้ ผมให้สัญญาว่าตอนต่อๆไปผมจะเขียนให้สนุกกว่านี้ครับ Cool
 
 
 
ปล. ว่าแล้วเปิดเพลงของ Jason Mraz ปลุกใจ ปลุกผีอีลูกช่างเที่ยวในตัวดีกว่า